รายการ หัวมันหวานญี่ปุ่น

รายการหัวมันหวานญี่ปุ่นจะมีประกาศจำหน่ายตามรอบฤดูบนเฟสบุ๊ค ท่านที่สนใจกดไลค์ติดตามข่าวสารได้นะครับ

เมื่อวันก่อนทางสวน little forest ติดต่อเข้ามาอยากให้ช่วยลองชิมมันหวานให้หน่อย วันนี้กล่องพัสดุมาถึงที่บ้าน นายสวนเลยไม่รีรอนำมาอบแล้วรีวิวให้ครับ

ในกล่องมี Annou Imo Beni & Annou Imo Kogane
ผมชอบ Shape หัวมาก ๆ ครับเรียวรี สวยงามมาก แต่ดูเหมือนจะถูกน้ำมาเลยมีรอยย่น ๆ ตรงขั้วนิดหน่อย กับผิวขลุขระบ้างเล็กน้อยซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าไม่น่าเป็นห่วงเลย

ผมอบด้วยอุณหภูมิ 180องศา 1 ชม แล้วอุ่นด้วยอุณหภูมิ 100 องศาอีก 30 นาที ประมาณครึ่งชั่วโมงแรกก็เริ่มได้กลิ่นน้ำตาลลอยอวนมา เป็นสัญลักษณ์ที่ดีมากครับแปลว่ามันของเราต้องหวานแน่ ๆ พออบครบเวลาผมก็ลองแกะดู ต้องบอกว่า

ว้าว!! น่าทานมากเลยครับ เนื้อเหมือนที่ผมเคยทานประจำตอนอยู่ที่ญี่ปุ่นมาก พอหลังจากถ่ายภาพชุดใหญ่ผมก็แอบชิมไปด้วย ต้องบอกว่า อร่อยมากครับ ทั้งอันโนะเบนิ และ อันโนะโคกาเนะ ทั้ง 2 ตัวไม่แพ้กันเลย ยอดเยี่ยมมาก เนื้อหนึบหวานแบบที่ผมเคยทานที่ญี่ปุ่นเลย

อ้อ เนื้อที่ได้จะมีสีเหลืองและส้ม ซึ่งทางเพจ little ก็แจ้งมาว่ากังวลกลัวจะไม่อร่อย ส่วนตัวผมว่าอร่อยทั้งสองแบบครับเพราะตอนอยู่ญี่ปุ่นผมเจอทั้ง 2 สีเช่นกัน เป็นเรื่องปกติมาก ๆ ครับ

แต่ที่ผมเซอร์ไพรส์มากก็ตรงที่ทางเพจบอกว่าเพิ่งปลูกครั้งแรก คือสุดยอดมากครับ เก่งมากจริง ๆ Crop แรกได้แบบนี้สบายใจได้เลยครับ

ตอนนี้ทางเพจเหมือนกำลังเปิดรับออร์เดอร์ ใครที่สนใจ ช่วยอุดหนุนได้นะครับที่ลิ้งด้านล่างนี้ครับ
www.facebook.com/annouimoThailand

ปล. ขอบคุณทางเพจ little forest สำหรับมันหวานอร่อย ๆ ที่ส่งมาให้ลองชิมนะครับ ผมเลยถือวิสาสะทำ logo แปะให้แทนคำขอบคุณและค่ามันหวานนะครับ ^^

ปล.2 เผื่อใครนึกหน้าตา Annou Imo ต้นฉบับไม่ออก ผมแนบภาพอันโนะที่ญี่ปุ่นแท้ ๆ ให้ในภาพสุดท้ายนะครับ

#มันหวานญี่ปุ่น #มันญี่ปุ่น #อันโนะอิโมะ #มันเผา
... See MoreSee Less

View on Facebook

1 ปี โอกาสเดียว เรามาทำมันหวานสายพันธุ์ของเราเองกันไหมครับ

หลายปีมานี้เรานำเข้าพันธุ์มันหวานดี ๆ จากประเทศญี่ปุ่นมามากมาย มีใครเคยสงสัยไหมครับว่าทำไมที่ญี่ปุ่นถึงมีพันธุ์มันหวานมากมายหลายร้อยสายพันธุ์ วันนี้นายสวนมาเฉลยให้ฟังกัน

ในประเทศญี่ปุ่นจะมีกลุ่มที่ทำการวิจัยงานด้านเกษตรกรอยู่ครับ โดยจะแยกสาขาไปว่าใครจะไปวิจัยพืชอะไร หนึ่งในนั้นก็จะมีกลุ่มมันหวานอยู่ ซึ่งกลุ่มนี้ก็จะทำการศึกษาสายพันธุ์แล้วหยิบต้นนั้นมาผสมต้นนี้ ซึ่งเกณฑ์การคัดเลือกก็จะแบ่งเป็นสายพัฒนาเนื้อแป้งเพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมการนำไปหมักแอลกอฮอล์ กลุ่มสีเพื่อแปรรูปและกลุ่มเนื้อหวานเพื่อทำเป็นมันสุก เรียกได้ว่าใช้เวลากันยาวเป็นสิบ ๆ ปีกว่าจะได้ เบนิฮารุกะ และสายพันธุ์ดี ๆ ที่เราเห็นกัน

ปัจจุบันประเทศที่มีการปลูกมันหวานไม่เพียงแค่ประเทศญี่ปุ่นยังมีอีกหลายประเทศที่ซุ่มพัฒนามันหวานรสชาติดีและตอบโจทย์วัฒนธรรมการกินมันหวานของประเทศตัวเองไม่น้อย เช่น เคนยา แคนาดา เนเธอแลนด์ ก็มีพันธุ์มันหวานที่อร่อยไม่แพ้ของญี่ปุ่นอยู่หลายตัว

เอาละมาดูวิธีการทำเมล็ดพันธุ์กันดีกว่า หากใครเคยปลูกเมล่อนต้องบอกว่าไม่ยากเลย

1. เริ่มต้นหาพ่อแม่พันธุ์ที่มีดอกบาน
2. ใช้เกสรตัวผู้จากต้นที่เราคัดไว้มาเขี่ยลงเกสรตัวเมียของต้นที่เราจะให้ตั้งท้อง เช่น เอาเกสรอันโนะอิโมะ มาผสมกับ เบนิฮารุกะ ตัวเบนิฮารุกะก็จะตั้งท้องให้เมล็ดเป็นต้นครับ

3. เขียนป้ายติดแขวนไว้ตรงก้านช่อดอก
4. ประมาณ 3-4 วันจะเห็นว่าตรงโคนเริ่มป่อง ก็หาถุงมาคลุมไว้นะครับ เพราะเวลามันติดเกสรแล้วกลายเป็นเมล็ด เมล็ดมันชอบตกหายก่อนจะเก็บ แต่ถ้าเราใช้ถุงคลุมไว้เมล็ดก็จะตกในถุงแทนครับ

5. นำเมล็ดไปเพาะใหม่ แล้วมาลุ้นกันว่าจะได้มันหวานพันธุ์อะไร

อ่านจบกันแล้วหวังว่าปีหน้าจะมีมันหวานพันธุ์แปลก ๆ ฝีมือคนไทยมาแปะให้นายสวนชมกันนะครับ :)
#ปลูกมันญี่ปุ่น #เกษตรอินทรีย์ #ปลูกผักกินเอง
... See MoreSee Less

View on Facebook